หูฟัง ใช้อย่างไรให้ปลอดภัยและไม่เสี่ยงหูหนวก ?

หูฟัง เป็นอุปกรณ์ยอดฮิตที่หลายคนพกพาติดตัวตลอดเวลา
เพราะช่วยให้ฟังเสียงและดื่มด่ำกับความบันเทิงตรงหน้าโดยไม่รบกวนผู้อื่น
แต่การใช้หูฟังติดต่อกันเป็นเวลานานหรือการปรับระดับเสียงให้ดังจนเกินไป
อาจส่งผลกระทบต่อการได้ยินและอาจร้ายแรงจนทำให้หูหนวก
ซึ่งการใช้หูฟังอย่างถูกวิธีสามารถช่วยป้องกันผลกระทบเหล่านั้นได้
ข้อดีและข้อเสียของหูฟังแต่ละประเภท
หูฟังที่มีวางจำหน่ายตามท้องตลาดในปัจจุบันมีอยู่ 3 ประเภทหลัก ซึ่งมีลักษณะ
ข้อดีและข้อเสียแตกต่างกันไป ดังนี้
หูฟังครอบหู มีวัสดุที่ทำไว้สำหรับคาดบนศีรษะ
สามารถป้องกันเสียงรบกวนภายนอกได้ดี
ผู้ใช้อาจไม่จำเป็นต้องฟังเสียงในระดับที่ดังจนเกินไป แต่หูฟังชนิดนี้มักมีขนาดใหญ่
จึงพกพาได้ไม่สะดวก
หูฟังเอียร์บัด จำเป็นต้องใส่ไว้นอกรูหู จึงป้องกันเสียงรบกวนภายนอกได้ไม่ดีนัก
หากเร่งระดับเสียงให้ดังขึ้นเพื่อกลบเสียงจากภายนอกก็อาจส่งผลเสียต่อระบบการได้
ยิน อย่างไรก็ตาม หูฟังชนิดนี้เหมาะกับการใช้ระหว่างเดินทาง
โดยเฉพาะขณะวิ่งหรือขี่จักรยาน เพราะผู้ใช้ยังสามารถได้ยินเสียงจากภายนอก
จึงอาจรับรู้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นรอบตัวได้ง่ายกว่าการใช้หูฟังชนิดอื่น
หูฟังเสียบหู ถูกออกแบบมาให้ใส่ไว้ในรูหู
มีประสิทธิภาพสูงในการป้องกันเสียงรบกวนจากภายนอก
จึงอาจไม่จำเป็นต้องฟังเสียงในระดับที่ดังจนเกินไป
อีกทั้งยังมีขนาดเล็กแลหะพกพาได้สะดวก
ทว่าไม่เหมาะสำหรับการใช้ในขณะเดินทาง
เพราะผู้ใช้จะไม่ค่อยได้ยินเสียงภายนอกและอาจเกิดอุบัติเหตุอันตรายได้
หูฟังส่งผลกระทบต่อระบบการได้ยินอย่างไร ?
ในทางการแพทย์ การฟังเสียงที่ดังเกิน 90 เดซิเบล
อาจส่งผลกระทบต่อระบบการได้ยินในระยะยาวได้
โดยการใช้หูฟังและปรับระดับเสียงให้อยู่ที่ 70
เปอร์เซ็นต์ของระดับเสียงดังสุดอาจทำให้เกิดเสียงดังประมาน 85 เดซิเบล
และหากปรับระดับเสียงให้สูงขึ้นก็อาจให้เสียงดังถึง 104 เดซิเบล
ซึ่งเมื่อฟังเสียงดังติดต่อกันเป็นเวลานานก็อาจเสี่ยงต่อภาวะประสาทหูเสื่อมจากเสียง
และอาจทำให้สูญเสียการได้ยินอย่างถาวรหรือหูหนวกได้

ทำไมเสียงดังจึงทำให้สูญเสียการได้ยิน ?
เสียงจากภายนอกจะเดินทางผ่านตัวกลางและเข้าสู่หูในรูปคลื่นเสียง
ภายในหูชั้นในจะมีขนเส้นเล็ก ๆ ทำหน้าที่แปลงคลื่นเสียงไปยังสมอง
จากนั้นสมองจึงประมวลผลเสียงที่เราได้ยิน
การฟังเสียงดังทำให้เส้นขนดังกล่าวเกิดความเสียหาย
หากฟังเสียงดังติดต่อกันเป็นเวลานานก็อาจทำให้เส้นขนเกิดความเสียหายอย่างถาวร
และส่งผลให้สูญเสียการได้ยินได้ในที่สุด
ทั้งนี้ ผู้ที่มีอาการต่อไปนี้ ควรรีบไปพบแพทย์ทันที
เพราะอาจเป็นสัญญาณที่บ่งบอกว่าระบบการได้ยินเกิดความผิดปกติ
ได้ยินเสียงหวีด เสียงหึ่ง หรือเสียงดังก้อง หลังจากฟังเสียงดัง
หรือที่เรียกว่าอาการหูอื้อ
ได้ยินเสียงเบาหรือเพี้ยนไปจากปกติ
วิธีการใช้หูฟังอย่างถูกต้อง
โดยทั่วไป การใช้หูฟังนั้นปลอดภัยและไม่เป็นอันตราย
ทว่าการฟังเสียงดังนานจนเกินไปอาจส่งผลให้ประสาทหูเสื่อม อย่างไรก็ตาม
ภาวะดังกล่าวสามารถป้องกันได้ด้วยการปฏิบัติตามคำแนะนำ ดังต่อไปนี้
ปรับระดับเสียงให้ดังไม่เกิน 60 เปอร์เซ็นต์ของระดับเสียงที่ดังสุด
ไม่ควรใช้หูฟังติดต่อกันนานเกิน 1 ชั่วโมง โดยควรหยุดใช้ประมาณ 5 นาทีเมื่อฟังครบ 1 ชั่วโมง
เลือกใช้หูฟังที่ป้องกันเสียงรบกวนจากภายนอก
เพราะผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องเพิ่มระดับเสียงให้ดังขึ้นเพื่อกลบเสียงดังกล่าว

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *